07/14/2019

ทะยานขึ้นสูงกว่าเดิม

ทะยานขึ้นสูงกว่าเดิม

ทะยานขึ้นสูงกว่าเดิม
Soar Higher

“29พระองค์ทรงประทานกำลังแก่ผู้อ่อนล้า และทรงเพิ่มพละกำลังแก่ผู้อ่อนแอ 30แม้คนหนุ่มสาวยังเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้า และชายหนุ่มก็ยังสะดุดล้ม 31แต่บรรดาผู้ที่รอคอย องค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยความหวังจะฟื้นกำลังขึ้นใหม่ พวกเขาจะกางปีกทะยานขึ้นเหมือนนกอินทรี…” (อิสยาห์ 40:29-31)
“29 He gives strength to the weary and increases the power of the weak. 30 Even youths grow tired and weary, and young men stumble and fall; 31 but those who hope in the Lord will renew their strength. They will soar on wings like eagles; they will run and not grow weary, they will walk and not be faint.” (Isaiah 40:29-31)

“มีอินทรีอยู่ในฉันที่ต้องการจะโผบิน แต่ก็มีฮิปโปในฉันด้วยที่ต้องการจมอยู่ในกองโคลน” – Carl Sandburg
“เมื่อนกอินทรีนิ่งเงียบ นกแก้วก็เริ่มส่งเสียงจิ๊บจั๊บ” – Sir Winston Churchill

 

Big Idea: ฉันเป็นอินทรีที่สามารถทยานขึ้นสูงกว่าเดิม! (I can soar higher like an eagle.)

ทำอย่างไรจึงจะทะยานขึ้นได้สูงกว่าเดิม?
How to Soar Higher?

เบื้องหลัง

  • ก่อนเป็นเชลย (อัสซีเรีย) บทที่ 1-39
  • ตกเป็นเชลย (บาบิโลน) บทที่ 40-55
  • กลับมาจากการเป็นเชลย บทที่ 56-66

“ทางของเราถูกซ่อนไว้จากองค์พระผู้เป็นเจ้า นั่นคือพระเจ้าของเราไม่ทรงแยแสเรื่องของเรา?” (อิสยาห์ 40:27)

“My way is hidden from the Lord; my cause is disregarded by my God”?” (Isaiah 40:27)

“จงปลอบโยน จงปลอบโยนประชากรของเรา” (อิสยาห์ 40:1)

“Comfort, comfort my people, says your God.” (Isaiah 40:1)

 

ทำอย่างไรจึงจะทะยานขึ้นสูงกว่าเดิม?
How to Soar Higher?

“29พระองค์ทรงประทานกำลังแก่ผู้อ่อนล้า และทรงเพิ่มพละกำลังแก่ผู้อ่อนแอ 30แม้คนหนุ่มสาวยังเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้า และชายหนุ่มก็ยังสะดุดล้ม 31แต่บรรดาผู้ที่รอคอย องค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยความหวังจะฟื้นกำลังขึ้นใหม่ พวกเขาจะกางปีกทะยานขึ้นเหมือนนกอินทรี…” (อิสยาห์ 40:29-31)
“29 He gives strength to the weary and increases the power of the weak. 30 Even youths grow tired and weary, and young men stumble and fall; 31 but those who hope in the Lord will renew their strength. They will soar on wings like eagles; they will run and not grow weary, they will walk and not be faint.” (Isaiah 40:29-31)

 

1. จงรอคอยพระเจ้าด้วยความคาดหวัง (Wait upon the Lord with expectation)

“อ่อนล้า” (weary) (29) และ “เหน็ดเหนื่อย” (tired) (30) = ความล้มเหลวเพราะหมดแรง
“อ่อนล้า” (weary) (30) = ความอ่อนแรงเนื่องจากความหนักในชีวิต

รอคอย (Wait)

“ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าข้าพระองค์รอคอยการช่วยกู้ของพระองค์” (ปฐมกาล 49:18)
“I look for your deliverance, Lord.” (Genesis 49:18)

“ข้าพระองค์จะรอคอยการเปลี่ยนแปลงใหม่ที่จะมาถึง” (โยบ 14:14)
“I will wait for my renewal a to come” (Johb 14:14)

“จงสงบนิ่งต่อหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้าและเพียรรอคอยพระองค์” (สดุดี 37:7)
“Be still before the Lord and wait patiently for him” (Psalms 37:7)

“พระองค์ทรงบัญชาพวกเขาว่า “อย่าออกจากกรุงเยรูซาเล็มแต่จงรอคอยของประทานที่พระบิดาของเราได้ทรงสัญญาไว้” (กิจการ 1:4)
“On one occasion, while he was eating with them, he gave them this command: “Do not leave Jerusalem, but wait for the gift my Father promised..” (Acts 1:4)

“พวกเขาทั้งหมดร่วมใจกันขะมักเขม้นอธิษฐาน” (กิจการ 1:14)
“They all joined together constantly in prayer” (Acts 1.14)

“เมื่อถึงวันเพ็นเทคอสต์ พวกเขาทั้งหมดมารวมอยู่ในที่เดียวกัน ทันใดนั้นก็มีเสียงจากฟ้าสวรรค์เหมือนเสียงพายุกล้าดังก้องไปทั่วทั้งบ้านที่เขานั่งอยู่…ทุกคนเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และเริ่มพูดภาษาต่างๆ ตามที่พระวิญญาณทรงโปรดให้พวกเขาสามารถพูดได้” (กิจการ 2:1-2,4)
“When the day of Pentecost came, they were all together in one place. 2 Suddenly a sound like the blowing of a violent wind came from heaven and filled the whole house where they were sitting…All of them were filled with the Holy Spirit and began to speak in other tongues as the Spirit enabled them.” (Acts 2:1-2,4)

ด้วยความคาดหวัง (With Expectation)

“แต่บรรดาผู้ที่รอคอย องค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยความหวัง…”
“but those who hope in the Lord ”

“จิตใจที่แน่วแน่นั้น พระองค์จะทรงปกป้องไว้ในสันติภาพอันสมบูรณ์ เพราะเขาไว้วางใจในพระองค์” (อิสยาห์ 26:3)
“You will keep in perfect peace those whose minds are steadfast, because they trust in you.” (Isaiah 26:3)

“พระยาห์เวห์…ตรัสว่า “…กำลังของเจ้าอยู่ที่การสงบนิ่งและการวางใจ…”” (อิสยาห์ 30:15)
“This is what the Sovereign Lord..says: “in quietness and trust is your strength..” (Isaiah 30:15)

คาดหวังว่าสิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้นในชีวิตของเรา (Expect good things will happen)

“จงเอาใจใส่สิ่งที่อยู่เบื้องบน ไม่ใช่สิ่งซึ่งอยู่ที่แผ่นดินโลก” (โคโลสี 3:2)

“ความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้ เป็นความรู้สึกมั่นใจว่า สิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริง” (ฮีบรู 11:1)

จำไว้ว่า: พระเจ้าตอบเราตามระดับความคาดหวังของเรา

“แล้วพระองค์ทรงถูกต้องนัยน์ตาเขา ตรัสว่า “ให้เป็นไปตามความเชื่อของเจ้าเถิด”” (มัทธิว 9:29)

 

ไปอยู่ในที่ดีๆ ที่จะช่วยให้มองเห็น (Go to places that help you see better)

“เอลียาห์จึงพูดกับเอลีชาว่า “จงขอสิ่งที่อยากให้ข้าพเจ้าทำเพื่อท่านก่อนที่ข้าพเจ้าจะถูกรับไปจากท่าน” และเอลีชาตอบว่า “ขอให้ฤทธิ์เดชของท่านอยู่กับข้าพเจ้าตามส่วนสิทธิบุตรหัวปี” และท่านตอบว่า “ท่านขอสิ่งที่ยากนัก แต่ถ้าท่านเห็นข้าพเจ้าถูกรับขึ้นไปจากท่าน ท่านก็จะได้อย่างนั้น แต่ถ้าท่านไม่เห็น ก็จะไม่เป็นแก่ท่านอย่างนั้น”” (2 พกษ. 2:9-10)

“บุคคลที่เดินกับปราชญ์ ก็กลายเป็นคนฉลาด แต่เพื่อนฝูงของคนโง่จะรับภยันตราย” (สุภาษิต 13:20)

 

2. จงรับการฟื้นกำลังขึ้นใหม่จากพระเจ้า (Being renewed strength from the Lord)

“แต่บรรดาผู้ที่รอคอย องค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยความหวังจะฟื้นกำลังขึ้นใหม่…” (อิสยาห์ 40:31)

“ฟื้นกำลังขึ้นใหม่” (renew) = “การแลกเปลี่ยน” (to exchange)

“ผู้ทรงให้ท่านอิ่มเอมด้วยสิ่งดีๆ ตลอดชีวิต เพื่อวัยฉกรรจ์ของท่านจะกลับคืนมาใหม่ เหมือนวัยหนุ่มของนกอินทรี” (สดุดี 103:5)

“เพราะฉะนั้นในเมื่อเรามีพยานหมู่ใหญ่พรั่งพร้อมรอบด้านเช่นนี้แล้ว ก็ให้เราละทิ้งทุกอย่างที่ถ่วงอยู่และบาปที่เกาะแน่น…” (ฮีบรู 12:1)

สิ่งหนึ่งที่ต้องนำมาแลกและต้องสลัดทิ้งจากชีวิตคือ กำแพงความคิดเก่า

“เพราะว่าศาสตราวุธของเราไม่เป็นฝ่ายโลกียวิสัย แต่มีฤทธิ์เดชจากพระเจ้า อาจทำลายป้อมได้” (2 คร. 10:4)

“”พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเราได้ตรัสสั่งเราทั้งหลายที่โฮเรบว่า “เจ้าทั้งหลายได้พักที่ภูเขานี้นานพอแล้ว” (ฉธบ. 1:6)

“แทนความอายของเจ้าทั้งหลายเจ้าจะได้ส่วนสองส่วน แทนความอดสู เขาทั้งหลายจะเปรมปรีดิ์ในส่วนของเขาเพราะฉะนั้น ในแผ่นดินของเขาทั้งหลาย เขาจะได้สองส่วนเป็นกรรมสิทธิ์ ความชื่นบานเป็นนิตย์จะเป็นของเขา” (อสย. 61:7)

จำไว้ว่า: ถ้ายอมเปลี่ยนความคิด พระคริสต์เปลี่ยนชีวิตคุณได้

“เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ การทรงสร้างใหม่ได้เกิดขึ้นแล้ว สิ่งเก่าได้ล่วงไป สิ่งใหม่ได้เข้ามา!” (2 โครินธ์ 5:17)

“29พระองค์ทรงประทานกำลังแก่ผู้อ่อนล้า และทรงเพิ่มพละกำลังแก่ผู้อ่อนแอ 30แม้คนหนุ่มสาวยังเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้า และชายหนุ่มก็ยังสะดุดล้ม 31แต่บรรดาผู้ที่รอคอย องค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยความหวังจะฟื้นกำลังขึ้นใหม่…” (อิสยาห์ 40:29-31)

 

3. จงทะยานขึ้นด้วยพลังแห่งความโปรดปรานของพระเจ้า (Soar higher by the power of God’s favor)

“… พวกเขาจะกางปีกทะยานขึ้นเหมือนนกอินทรี…” (อิสยาห์ 40:31)

“คุณไม่มีวันข้ามมหาสมุทรได้จนกว่าคุณจะกล้าเลิกมองชายฝั่ง” คริสเตเฟอร์ โคลัมบัส

  • “เกียรติ” (honor) =“ความโปรดปราน” (Favor)
  • “ความโปรดปราน” = “การช่วย การจัดเตรียมด้วยประโยชน์พิเศษ และการได้รับการปฏิบัติด้วยความชื่นชอบ” (To assist, to provide with special advantages and to receive preferential treatment)

 


วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2019

โดย ศจ.ดร.อานุภาพ วิชิตนันทน์
ศิษยาภิบาลอาวุโส คริสตจักรเสรีภาพกรุงเทพ

Leave a Reply

Your email address will not be published.