07/22/2019

บทเรียนจากสิงโต

บทเรียนจากสิงโต

บทเรียนจากสิงโต
Lessons from Lion

“คือสิงห์ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีกำลังมากที่สุด” (สุภาษิต 30:30)
“The lion is the strongest among beasts.”—Prov. 30:30.

“เมื่อสิงโตคำราม ใครบ้างจะไม่กลัว? เมื่อพระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิตตรัสแล้ว ใครเล่าจะไม่เผยพระวจนะ?” (อาโมส 3:8)
“The lion has roared— who will not fear? The Sovereign Lord has spoken— who can but prophesy?” (Amos 3:8)

“และมีผู้หนึ่งในพวกผู้อาวุโสนั้น บอกแก่ข้าพเจ้าว่า “อย่าร้องไห้เลย นี่แน่ะ สิงห์แห่งเผ่ายูดาห์ เชื้อสายของดาวิด พระองค์ทรงมีชัยแล้ว พระองค์จึงทรงสามารถแกะตราทั้งเจ็ดดวงและคลี่หนังสือม้วนนั้นออกได้” ” (วิวรณ์ 5:5)
“Then one of the elders said to me, “Do not weep! See, the Lion of the tribe of Judah, the Root of David, has triumphed. He is able to open the scroll and its seven seals.”” (Revelations 5:5)

 

1. มีความพอเหมาะพอดี (Moderation)

“ตาอยากดูอะไร ข้าพเจ้าก็ไม่ปฏิเสธตัวเอง ใจอยากสนุกอย่างไร ข้าพเจ้าก็ไม่ห้าม ข้าพเจ้าชื่นชมผลงานทั้งปวงของตน และนี่เป็นรางวัลจากการลงทุนลงแรงของข้าพเจ้า” (ปัญญาจารย์ 2:10)
“I denied myself nothing my eyes desired; I refused my heart no pleasure. My heart took delight in all my labor, and this was the reward for all my toil.” (Ecclesiastes 2:10)

“ถึงกระนั้นเมื่อข้าพเจ้าสำรวจดูทุกสิ่งที่ทำไป และที่ตรากตรำเพื่อให้ได้มา ทุกสิ่งล้วนอนิจจัง เหมือนวิ่งไล่ตามลม ไม่ก่อประโยชน์อะไรขึ้นมาภายใต้ดวงอาทิตย์” (ปัญญาจารย์ 2:11)
“Yet when I surveyed all that my hands had done and what I had toiled to achieve, everything was meaningless, a chasing after the wind; nothing was gained under the sun.” (Ecclesiastes 2:11)

“ยิ่งกว่านั้น เมื่อพระเจ้าประทานทรัพย์สมบัติและความมั่งคั่งให้ พระองค์ก็ทรงกระทำให้เขาชื่นชมกับสิ่งเหล่านั้น ให้รับส่วนของตนและเป็นสุขในงานของตนได้ นี่เป็นของขวัญของพระเจ้า” (ปัญญาจารย์ 5:19)
“Moreover, when God gives someone wealth and possessions, and the ability to enjoy them, to accept their lot and be happy in their toil—this is a gift of God.” (Ecclesiastes 5:19)

“แต่ถ้าเรามีอาหารและเสื้อผ้าก็ให้เราพอใจกับสิ่งเหล่านั้น” (1 ทิโมธี 6:8)
“But if we have food and clothing, we will be content with that” (1 Timothy 6:8)

 

2. มีความเมตตา (Kindness)

“เพื่อในยุคต่อๆ ไปพระองค์จะได้ทรงสำแดงความอุดมแห่งพระคุณอันหาใดเปรียบ ซึ่งได้ทรงแสดงด้วยพระกรุณาที่มีต่อเราในพระเยซูคริสต์” (เอเฟซัส 2:7)
“in order that in the coming ages he might show the incomparable riches of his grace, expressed in his kindness to us in Christ Jesus.” (Ephesians 2:7)

 

ทรงแตะต้องคนไม่มีใครแตะตัว (He touched the untouchable)

“1เมื่อพระองค์เสด็จลงมาจากภูเขา คนเป็นอันมากติดตามพระองค์มา 2ชายคนหนึ่งเป็นโรคเรื้อนมาคุกเข่ากราบทูลพระองค์ว่า “พระองค์เจ้าข้า พระองค์ทรงรักษาข้าพระองค์ให้หายได้ถ้าพระองค์เต็มใจ” 3พระเยซูทรงยื่นพระหัตถ์แตะต้องชายผู้นั้นและตรัสว่า “เราเต็มใจจะรักษา จงหายโรคเถิด!” ทันใดนั้นเขาก็หายจากโรคเรื้อน 4แล้วพระเยซูตรัสกับเขาว่า “จงระวังอย่าบอกผู้ใดเลย แต่จงไปแสดงตัวต่อปุโรหิตและถวายเครื่องบูชาตามที่โมเสสสั่งไว้เพื่อเป็นพยานแก่คนทั้งหลายว่าท่านหายโรคแล้ว”” (มัทธิว 8:1-4)
“When Jesus came down from the mountainside, large crowds followed him. 2 A man with leprosy l came and knelt before him and said, “Lord, if you are willing, you can make me clean.” 3 Jesus reached out his hand and touched the man. “I am willing,” he said. “Be clean!” Immediately he was cleansed of his leprosy. 4 Then Jesus said to him, “See that you don’t tell anyone. But go, show yourself to the priest and offer the gift Moses commanded, as a testimony to them.”” (Matthew 8:1-4)

 

ทรงใช้เวลากับคนที่ถูกปฏิเสธ (He spent time with the rejected)

“ศักเคียสเอ๋ย รีบลงมาเถิด วันนี้เราต้องพักที่บ้านท่าน” (ลูกา 19:5)
“When Jesus reached the spot, he looked up and said to him, “Zacchaeus, come down immediately. I must stay at your house today.”” (Luke 19:5)
“คนทั้งปวงเห็นดังนั้นก็เริ่มบ่นพึมพำกันว่า “พระองค์ไปเป็นแขกของ ‘คนบาป’ ”” (ลูกา 19:7)
“All the people saw this and began to mutter, “He has gone to be the guest of a sinner.”” (Luke 19:7)

 

ทรงสำแดงความเมตตากับคนที่ทุกข์ยากลำบาก (He showed compassion to the suffering)

“ลูกหญิงเอ๋ย ที่เจ้าหายโรคนั้นก็เพราะเจ้าเชื่อ จงไปเป็นสุขเถิด” (ลูกา 8:48)
“Daughter, your faith has healed you. Go in peace.” (Luke 8:48)

 

3. มีใจเชื่อฟัง (Obedience)

“พระบัญชาของพระองค์คือ ให้เชื่อในพระนามพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ และรักซึ่งกันและกันตามที่ทรงบัญชาเรา” (1 ยอห์น 3:23)
“This is his commandment, That we should believe on his Son Jesus Christ.” (1 John 3:23)

“โอ ดาเนียลผู้รับใช้ของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ พระเจ้าที่เจ้ารับใช้เสมอมานั้นช่วยเจ้าให้พ้นจากสิงโตได้หรือเปล่า?” (ดาเนียล 6:20)
“When he came near the den, he called to Daniel in an anguished voice, “Daniel, servant of the living God, has your God, whom you serve continually, been able to rescue you from the lions?”” (Daniel 6:20)

“ข้าแต่กษัตริย์ ขอจงทรงพระเจริญ! 22พระเจ้าของข้าพระบาททรงส่งทูตของพระองค์มาปิดปากสิงโตไว้ พวกมันไม่ได้ทำอะไรข้าพระบาทเลย เพราะข้าพระบาทบริสุทธิ์ในสายพระเนตรของพระเจ้า และไม่เคยทำผิดประการใดต่อหน้าองค์กษัตริย์เลย”” (ดาเนียล 6:21-22)
“21 Daniel answered, “May the king live forever! 22 My God sent his angel, and he shut the mouths of the lions. They have not hurt me, because I was found innocent in his sight. Nor have I ever done any wrong before you, Your Majesty.”” (Daniel 6:21-22)

“และเมื่อทรงปรากฏเป็นมนุษย์ พระองค์ทรงถ่อมพระองค์ลง และยอมเชื่อฟังแม้ต้องตายบนไม้กางเขน!” (ฟีลิปปี 2:8)
“And being found in appearance as a man, he humbled himself by becoming obedient to death— even death on a cross!” (Philippians 2:8)

“และมีผู้หนึ่งในพวกผู้อาวุโสนั้น บอกแก่ข้าพเจ้าว่า “อย่าร้องไห้เลย นี่แน่ะ สิงห์แห่งเผ่ายูดาห์ เชื้อสายของดาวิด พระองค์ทรงมีชัยแล้ว พระองค์จึงทรงสามารถแกะตราทั้งเจ็ดดวงและคลี่หนังสือม้วนนั้นออกได้” ” (วิวรณ์ 5:5)
“Then one of the elders said to me, “Do not weep! See, the Lion of the tribe of Judah, the Root of David, has triumphed. He is able to open the scroll and its seven seals.”” (Revelations 5:5)

“และระหว่างพระที่นั่งกับสัตว์ทั้งสี่นั้น และท่ามกลางพวกผู้อาวุโส ข้าพเจ้าแลเห็นพระเมษโปดกประทับยืนอยู่ประหนึ่งทรงถูกปลงพระชนม์” (วิวรณ์ 5:6)
“Then I saw a Lamb, looking as if it had been slain, standing at the center of the throne, encircled by the four living creatures and the elders. The Lamb had seven horns and seven eyes, which are the seven spirits z of God sent out into all the earth.” (Revelation 5:6)

“การเปลี่ยนจากสิงโตเป็นพระเมษโปดก (ลูกแกะ) แสดงให้เห็นว่าฤทธิ์เดชของพระเจ้า สัญลักษณ์คือสิงโต ได้ถูกทำให้เป็นที่รู้จักผ่านทางไม้กางเขนเท่านั้น จากภาพของแกะ”
“The shift from lion to lamb demonstrates that the power of God, represented by the lion, is only made known through the cross, exemplified by the lamb.”

 

4. มีใจกตัญญู (Gratitude)

“จงขอบพระคุณองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะพระองค์ทรงแสนดี ความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงนิรันดร์” (สดุดี 118:29)
“Give thanks to the Lord, for he is good; his love endures forever.” (Psalm 118.29)

“จงอุทิศตนในการอธิษฐาน จงเฝ้าระวังและมีใจขอบพระคุณ ” (โคโลสี 4:2)
“Devote yourselves to prayer, being watchful and thankful.” (Colosians 4:2)


วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2019

โดย ศจ.ดร.อานุภาพ วิชิตนันทน์
ศิษยาภิบาลอาวุโส คริสตจักรเสรีภาพกรุงเทพ

Leave a Reply

Your email address will not be published.